ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
ยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย
และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด
พ.ศ. ๒๕๖๔
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มี
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวง
เวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวง
พยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๖๔”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้ยกฐานะศาลแขวงนครไทยเป็นศาลจังหวัดนครไทย มีเขตตลอดท้องที่อำเภอ
ชาติตระการและอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
มาตรา ๔ ศาลจังหวัดนครไทยจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดนครไทยตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลจังหวัดพิษณุโลกมีเขต
อำนาจตลอดท้องที่อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทยด้วย
มาตรา ๕ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไ่ทยซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาล
จังหวัดพิษณุโลกในวันเปิดทำการศาลจังหวัดนครไทย ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดพิษณุโลก
ส่วนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดนครไทย ให้
โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดนครไทย
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกมีคำสั่งขัง
ผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดนครไทย ให้ศาลจังหวัดพิษณุโลกมีอำนาจพิจารณา
เกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจและให้ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่
ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๖ ให้ยกฐานะศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยเป็นศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัยมีเขตตลอดท้องที่
อำเภอนาเชือก อำเภอนาดูน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
มาตรา ๗ ศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัยจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัยตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลจังหวัด
มหาสารคามมีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอนาเชือก อำเภอนาดูน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอยางสีสุ
ราชด้วย
มาตรา ๘ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอนาเชือก อำเภอนาดูน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอ
ยางสีสุราช ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดมหาสารคามในวันเปิดทำการศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย ให้คง
พิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดมหาสารคาม ส่วนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดมหาสารคาม
สาขาพยัคฆภูมิพิสัย ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาล
จังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดมหาสารคามมีคำ
สั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย ให้ศาลจังหวัดมหาสารคามมี
อำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และให้
ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๙ ให้ยกฐานะศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัดเวียงป่าเป้า มีเขตตลอดท้องที่อำเภอ
แม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
มาตรา ๑๐ ศาลจังหวัดเวียงป่าเป้าจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดเวียงป่าเป้าตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลจังหวัดเชียงรายมีเขต
อำนาจตลอดท้องที่อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้าด้วย
มาตรา ๑๑ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้าซึ่งค้างพิจารณาอยู่ใน
ศาลจังหวัดเชียงรายในวันเปิดทำการศาลจังหวัดเวียงป่าเป้า ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัด
เชียงราย ส่วนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดเชียงราย สาขาเวียงป่าเป้า ในวันเปิดทำการศาลจังหวัด
เวียงป่าเป้า ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดเวียงป่าเป้า
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งขัง
ผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดเวียงป่าเป้า ให้ศาลจังหวัดเชียงรายมีอำนาจ
พิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และให้ถือว่าผู้
ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๑๒ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันประชากรใน
จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดเชียงรายมีจำนวนมาก จึงมีคดีเข้าสู่การพิจารณา
พิพากษาของศาลยุติธรรมจำนวนมาก อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจและสังคมมีความซับซ้อน ทำให้คดีที่เข้าสู่การ
พิจารณาพิพากษามีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเกิดประสิทธิภาพ
ประชาชนผู้มีอรรภคดีและผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สมควรยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด เพื่อ
ให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวงที่อยู่ในเขตอำนาจศาล จึงจำเป็นต้องตราพระราช
บัญญัตินี้