ภาคผนวก ๒
ข้อมูลและรายละเอียดของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการ
ทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น ประเภทสถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น ประเภท
สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ต้องประกอบด้วยสาระสําคัญ จํานวน ๒๐ บท ซึ่งในแต่ละบทต้องมี
ข้อมูลและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
๑. บทที่ ๑ บทนําและคําอธิบายทั่วไป
บทนําและคําอธิบายทั่วไปต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) การอธิบายหลักการทั่วไปของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และสถานที่ตั้ง
(๒) ประวัติการดําเนินการของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (ถ้ามี)
(๓) ข้อมูลการเปรียบเทียบกับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อื่นที่มีลักษณะเหมือนกัน
(๔) หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๕) บทสรุปหลักการความปลอดภัยทางด้านเทคนิคในการออกแบบ การก่อสร้าง และการดํา
เนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๖) แผนการทดลอง วิจัย และเครื่องมือที่จะใช้สำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ขอ
อนุญาต
(๗) แผนผังของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๘) ข้อมูลที่ใช้อ้างอิงในการจัดทํารายงานวิเคราะห์ความปลอดภัย
๒. บทที่ ๒ วัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและข้อกําหนดทั่วไปที่ใช้ในการออกแบบของสถาน
ประกอบการทางนิวเคลียร์
๒.๑ วัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและข้อกําหนดทั่วไปที่ใช้ในการออกแบบของสถาน
ประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) การบริหารจัดการคุณภาพ
(๒) การออกแบบทางวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบระบบวิศวกรรมความปลอดภัย
การกําหนดค่าเผื่อเหลือเผื่อขาดเชิงอนุรักษ์ (Conservative design margins) และระบบ
ป้องกันการแพร่กระจายนิวไคลด์กัมมันตรังสี (barriers to radionuclide transfer)
(๓) ลักษณะเฉพาะตัวทางด้านความปลอดภัยที่มีอยู่เดิม (inherent and intrinsic safety
features) เช่น ลักษณะเฉพาะทางกายภาพ
(๔) ลักษณะทางด้านความปลอดภัยที่สามารถทำงานได้เองตามธรรมชาติ (passive safety
features)
(๕) ลักษณะซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อโอกาสและผลที่ตามมาในการปลดปล่อยวัสดุกัมมันตรังสี
(๖) การออกแบบระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรมซึ่งรวมถึงการออกแบบโดยมีระบบทํางาน
สํารอง (redundancy) และมีหลักการทํางานต่างกัน (diversity) รวมถึงความเป็นอิสระ (
independence) ของระบบความปลอดภัย
(๗) ลักษณะความปลอดภัยในการป้องกันภาวะล้มเหลว (fail safe features)
(๘) การออกแบบระบบป้องกันในเชิงลึก (defence in depth)
(๙) การป้องกันอุบัติเหตุ
(๑๐) การจัดการด้านอุบัติเหตุ
(๑๑) เทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริง และการใช้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ
(๑๒) การประเมินปัจจัยที่เกิดจากการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและภาวะล้มเหลว (human
factor and dependent failures)
(๑๓) การป้องกันอันตรายจากรังสี
๒.๒ ข้อกําหนดในการออกแบบจําเพาะของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (specific design
requirement) ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อกําหนดในการออกแบบระบบการบริหารจัดการคุณภาพ
(๒) การเฝ้าตรวจค่าตัวแปรและระบบการควบคุมให้อยู่ในขีดจํากัดการเดินเครื่อง
(๓) การคงสภาพความแข็งแกร่งของแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor core integrity)
(๔) ระบบป้องกันความไม่สม่ำเสมอของการไหล (flow instability) และการระงับการ
เปลี่ยนแปลงของกําลัง (power oscillations)
(๕) มาตรฐานของความปลอดภัยในระบบทั่วไป โครงสร้างและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับความปลอดภัยในกรณีที่มีการใช้ระบบต่าง ๆ ร่วมกันระหว่างสถานประกอบการทาง
นิวเคลียร์ในบริเวณสถานที่เดียวกัน
(๖) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและหลักการที่จะสามารถลดความผิด
พลาดที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติงาน
(๗) การวิเคราะห์การออกแบบโดยวิธีทางเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับแล้ว เช่น การใช้
แบบจําลองหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
(๘) เกณฑ์การออกแบบระบบควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity)
(๙) เกณฑ์การออกแบบระบบหล่อเย็น ทั้งในภาวะปกติและสภาวะที่เกิดอุบัติเหตุ
(๑๐) เกณฑ์การออกแบบวัสดุและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
(๑๑) เกณฑ์การออกแบบสำหรับการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๑๒) เกณฑ์การออกแบบระบบความปลอดภัย เช่น ระบบการดับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ระบบหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และระบบการควบคุมการรั่วไหลของวัสดุ
กัมมันตรังสี
(๑๓) ข้อกําหนดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของระบบ (reliability requirement) รวมถึงความน่า
เชื่อถือของระบบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ความน่าเชื่อถือของระบบความ
ปลอดภัย ข้อกำหนดสำหรับระบบทํางานสำรอง (redundancy) ระบบความปลอดภัยที่มี
หลักการทํางานต่างกัน (diversity) รวมถึงความเป็นอิสระ (independence) ของระบบ
ความปลอดภัยและระบบสนับสนุน
(๑๔) การออกแบบของอุปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันกรณีที่เกิดภัยจากธรรมชาติ การ
ป้องกันอัคคีภัย และการป้องกันอันตรายที่เกิดจากภายนอก
(๑๕) วิธีการป้องกันการเกิดภาวะล้มเหลวต่อเนื่อง (dependent failure)
(๑๖) การตรวจตราและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
(๑๗) การออกแบบการป้องกันอันตรายจากรังสี รวมถึงการลดปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้
รับ การควบคุมการปลดปล่อยวัสดุกัมมันตรังสี การควบคุมวัสดุกัมมันตรังสี การป้องกัน
ภาวะวิกฤต (criticality) ที่ไม่ได้ออกแบบไว้ การเฝ้าระวังในบริเวณที่มีแท่งเชื้อเพลิง
นิวเคลียร์และการเก็บกักกัมมันตรังสี
๒.๓ รายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบจะต้อง
เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ระบุและอธิบายถึงการจัดหมวดหมู่อย่างชัดเจน
(๒) ระบุและอธิบายถึงเกณฑ์การออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบ ให้สามารถ
ต้านทานเหตุการณ์ภายนอก (external events) รวมถึงลม พายุ น้ำท่วม ขีปนาวุธ การชน
ของอากาศยาน อันตรายจากแผ่นดินไหวและการวิเคราะห์การเกิดแผ่นดินไหว อัคคีภัยและ
การระเบิด
(๓) อธิบายถึงวิธีการออกแบบทางเทคนิค และการวิเคราะห์คํานวณโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้
ในการคํานวณ โปรแกรมในการทดสอบและการวิเคราะห์โครงสร้างระบบ และส่วน
ประกอบของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๔) อธิบายถึงการออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยที่เกิดขึ้นภายในสถานประกอบการทาง
นิวเคลียร์ (internal fire protection)
(๕) ระบุและอธิบายถึงการออกแบบคุณสมบัติเฉพาะของส่วนประกอบต่าง ๆ ในการต้านทาน
ปัจจัยแวดล้อม เช่น แรงสั่นสะเทือน การขยายตัวเนื่องจากความร้อน การสึกกร่อน ผลจาก
รังสี ผลจากพลศาสตร์ (dynamics) การออกแบบภาระทางกลศาสตร์ (mechanical
loading) และความดันสูง สามารถทนต่ออุณหภูมิ ความชื้น น้ำ ไอน้ำ สารเคมี หรือ
สุญญากาศ
๒.๔ รายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบ ต้องแสดงให้เห็นถึง
มาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับ
ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ดังต่อไปนี้
(๑) การออกแบบทางด้านเครื่องกล รวมถึงการวิเคราะห์ความเค้นและความเครียด และการ
วิเคราะห์การแตกร้าว (fracture)
(๒) การออกแบบทางโครงสร้าง
(๓) การออกแบบแรงต้านต่อแผ่นดินไหว
(๔) การเลือกวัสดุ
(๕) การสร้างอุปกรณ์และส่วนประกอบ (fabrication of equipment and components)
(๖) การตรวจสอบขณะติดตั้งโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบ
(๗) การออกแบบทางนิวทรอนิก (neutronic) และเทอร์มัลไฮโดรลิก (thermal hydraulic)
(๘) การออกแบบระบบไฟฟ้า
(๙) การออกแบบระบบวัดและควบคุม (design of instrumentation and control system)
(๑๐) การออกแบบระบบกำบังและการป้องกันอันตรายจากรังสี
(๑๑) การตรวจสอบ การทดสอบ และการบำรุงรักษาตามที่ออกแบบ
(๑๒) การออกแบบและการผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
(๑๓) การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัย
ทั้งนี้ อุปกรณ์หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยซึ่งไม่สามารถใช้ตามมาตรฐานที่กำหนด
ข้างต้น จะต้องมีการทดสอบ วิเคราะห์ และแสดงผล เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานที่ใช้เทียบเท่ากับ
มาตรฐานที่กำหนด
๓. บทที่ ๓ คุณลักษณะและความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง
๓.๑ ข้อมูลลักษณะของสถานที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ลักษณะและคุณสมบัติของสถานที่ตั้งทั่วไป เช่น แผนผังอาคาร สถานที่ตั้งของโรงงาน
อุตสาหกรรม สถานที่ตั้งของหน่วยงานทางทหาร คลังเก็บน้ำมัน สถานที่เก็บสารเคมี สวน
สาธารณะ และเส้นทางคมนาคม
(๒) ผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอก ทั้งที่จะเกิดจากธรรมชาติและที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้นซึ่ง
ต้องทำการประเมินผลกระทบที่มีโอกาสเกิดและออกแบบสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
เพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
(๓) ลักษณะทางธรณีวิทยาและการเกิดแผ่นดินไหว ต้องอธิบายในรายละเอียดถึงลักษณะทาง
ธรณีวิทยาของสถานที่ตั้ง โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวบริเวณสถานที่ตั้ง และการออกแบบ
ระบบความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ให้มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว
ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้รุนแรงที่สุดในบริเวณนั้น โดยคํานึงถึงข้อมูลแผ่นดินไหวในอดีตด้วย
(๔) ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยา ต้องอธิบายในรายละเอียดถึงความเร็วลม ทิศทางของลม
อุณหภูมิอากาศ ปริมาณหยาดน้ำฟ้า (precipitation) ความชื้น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความ
เสถียรของบรรยากาศ ปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เกิดขึ้นในแต่ละปี โดยคํานึงถึง
ความถี่ในการเกิดฟ้าผ่า ฟ้าแลบ พายุลูกเห็บ ฝนตกหนัก
(๕) ลักษณะทางอุทกวิทยาและสมุทรศาสตร์ซึ่งต้องอธิบายเกี่ยวกับลักษณะของน้ำใต้ดินและน้ำ
บนผิวดิน แผนผังของน้ำใต้ดินและน้ำบนผิวดิน อัตราการไหลของน้ำ ผลกระทบจากการพัง
ของเขื่อนกันน้ำ แผนที่แสดงระดับน้ำชายฝั่ง ผลกระทบจากการเกิดการเคลื่อนไหวของคลื่น
ขนาดใหญ่ หรือการเกิดสึนามิ
(๖) สถานที่ในบริเวณใกล้เคียงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการทาง
นิวเคลียร์ซึ่งต้องอธิบายในรายละเอียดถึงเขตอุตสาหกรรม เส้นทางคมนาคม และสถาน
ที่ทางทหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน และแนวโน้มที่จะสร้างในอนาคต
(๗) ผลกระทบทางรังสีต่อมนุษย์ จะต้องอธิบายในรูปของลักษณะทางนิเวศวิทยา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งผลกระทบจากการส่งผ่านวัสดุกัมมันตรังสี
(๘) ความหนาแน่นและการกระจายตัวของประชากรบริเวณสถานที่ตั้ง และบริเวณใกล้เคียง ทั้ง
ที่อยู่ถาวรและที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ชั่วคราว รวมถึงอัตราการเจริญเติบโตของประชากรใน
พื้นที่
(๙) ลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นดินและน้ำของประชากร จะต้องอธิบายในรูปของลักษณะทาง
นิเวศวิทยาของพื้นที่ เพื่อที่จะใช้ประเมินผลกระทบทางรังสีต่อประชากรในพื้นที่ตามกลไก
ของห่วงโซ่อาหาร
(๑๐) ระดับรังสีอ้างอิง (baseline radiological level) จะต้องอธิบายถึงปริมาณของ
กัมมันตรังสีที่เกิดจากธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นในอากาศ น้ำ และพื้นดิน (รวมถึง
ใต้ดิน) ในพืชและในสัตว์ รวมทั้งจะต้องแสดงถึงโอกาสเกิดเหตุผิดปกติซึ่งจะก่อให้เกิดการ
ปลดปล่อยวัสดุกัมมันตรังสีได้
ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามประกาศซึ่งออกตามความในมาตรา ๕๑ วรรคสาม
๔. บทที่ ๔ อาคารและโครงสร้าง
อาคารและโครงสร้างของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัย ต้องมีการอธิบายลักษณะของอาคาร
ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และโครงสร้างภายใน เช่น บ่อปฏิกรณ์ โครงสร้างสนับสนุนป้องกัน
การรั่วไหลของผลผลิตจากปฏิกิริยาฟิชชัน เครนหรืออุปกรณ์เครื่องมือช่วยยกอื่น ๆ ระบบระบายอากาศ
ระบบกรองอากาศ โดยลักษณะของอาคารจะต้องสามารถช่วยลดปริมาณรังสีให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้ง
ในบริเวณภายในและภายนอกอาคารของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๔๘
๕. บทที่ ๕ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยต้องมีการอธิบายถึงข้อมูลที่จําเป็น
ที่แสดงว่าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะรวมถึงระบบการดับเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้ปลอดภัย ทั้งในภาวะที่เดินเครื่องปกติและกรณีเกิดอุบัติเหตุ ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อมูลของการออกแบบและคุณสมบัติของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
(๒) ข้อมูลของการออกแบบระบบควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity) ซึ่งต้องมีกลไกการควบคุมรีแอ
คติวิตี และระบบการขับเคลื่อนซึ่งสามารถจะทำให้เกิดความปลอดภัยในการดําเนินการ
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๓) ข้อมูลของการออกแบบทางด้านนิวเคลียร์ โดยต้องมีการแสดงให้เห็นว่ามีภาวะทาง
นิวเคลียร์ที่เหมาะสมในแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ตลอดช่วงชีวิตในการดําเนินการ
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ซึ่งต้องประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ องค์ประกอบและ
การจัดเรียงการกระจายของนิวตรอนฟลักซ์ (neutron flux distribution) และลักษณะ
ของรีแอคติวิตีภายในแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมถึงคุณสมบัติและตําแหน่งของแท่ง
ควบคุม
(๔) ข้อมูลการออกแบบทางด้านเทอร์มัลไฮโดรลิก (thermalhydraulic) จะต้องประกอบไป
ด้วย ลักษณะความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับระบบเทอร์มัล (thermal system) ของแกน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และการกระจายตัวของกําลัง (power distribution) ในแกน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
(๕) ข้อมูลของวัสดุทั้งหมดที่นำมาใช้ในการก่อสร้างโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบของ
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย จะต้องสามารถต้านทานต่อ
ภาวะแวดล้อมทางนิวเคลียร์และทางเคมีได้ โดยไม่ทำให้ความปลอดภัยลดลง และแสดงถึง
ผลจากความเสื่อมเนื่องจากอายุการใช้งาน (aging effect) และผลที่เสียหายเนื่องมาจาก
วัสดุเหล่านั้นถูกอาบด้วยรังสีตลอดเวลา
๖. บทที่ ๖ ระบบหล่อเย็น
ระบบหล่อเย็นต้องมีข้อมูลของระบบหล่อเย็นภายในแกนปฏิกรณ์ ประกอบด้วย การออกแบบ
แผนผัง ลักษณะการทำงานและลักษณะขององค์ประกอบที่สำคัญของระบบหล่อเย็นภายในแกนปฏิกรณ์
ดังต่อไปนี้
(๑) ลักษณะการทำงานของระบบหล่อเย็นปฐมภูมิ
(๒) ลักษณะการทํางานของระบบหล่อเย็นทุติยภูมิ
(๓) ลักษณะการทำงานของระบบตัวหน่วงความเร็วนิวตรอน
(๔) ลักษณะการทำงานของระบบหล่อเย็นฉุกเฉิน
(๕) ลักษณะการทำงานของระบบบำบัดสารหล่อเย็นปฐมภูมิ (ถ้ามี)
(๖) การออกแบบและลักษณะการทำงานของระบบเติมน้ำระบายความร้อนปฐมภูมิ รวมทั้ง
ข้อมูลทางเคมีของสารหล่อเย็น การบำบัด และวิธีการขจัดแร่ธาตุ (demineralizing) และ
วิธีการควบคุมทางเคมีของระบบเติมสารหล่อเย็นปฐมภูมิ (ถ้ามี)
๗. บทที่ ๗ ลักษณะความปลอดภัยทางวิศวกรรม
ลักษณะความปลอดภัยทางวิศวกรรม (engineered safety feature) ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับชนิด
สถานที่ และลักษณะการทํางานของระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรม โดยต้องอธิบายรายละเอียดในการ
ออกแบบ และการทํางานของระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรม และมีการวิเคราะห์ว่าระบบสามารถจะ
ทำงานได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้นต้องระบุถึงระบบย่อย (subsystem) ที่จําเป็นเพื่อให้ระบบ
ความปลอดภัยทางวิศวกรรมทํางานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ความน่าเชื่อถือ (reliability) ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบทํางานสํารอง (redundancy) การ
ออกแบบโดยมีหลักการทํางานต่างกัน (diversity) รวมถึงความเป็นอิสระ (independence
) ของระบบความปลอดภัย
(๒) ผลการวิเคราะห์ซึ่งแสดงว่าวัสดุที่ใช้สามารถทนทานต่อสภาวะที่เกิดอุบัติเหตุ
(๓) การทดสอบ การตรวจสอบ และการเฝ้าระวัง เพื่อให้มั่นใจว่า ระบบความปลอดภัยทาง
วิศวกรรม สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๘. บทที่ ๘ ระบบวัดและควบคุม
๘.๑ ระบบป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor protection system) ต้องมีรายละเอียด
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนภูมิอธิบายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับระบบการ
ป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ได้แก่ นิวตรอนฟลักซ์ (neutron flux)
อุณหภูมิและการไหล และต้องมีการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
(๒) ข้อมูลที่แสดงว่ามีระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เพียงพอในการดับเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และมีการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ (reliability analysis) ของระบบการ
ป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๓) วิธีการพิสูจน์และวิเคราะห์ซอฟท์แวร์ที่ใช้ สำหรับระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์และระบบดิจิตอล
(๔) วิธีการตรวจสอบการป้องกันภาวะล้มเหลวของระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๕) วิธีการป้องกันผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ความต่างศักย์สูง
ภาวะสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่จะมีผลต่อระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
๘.๒ ระบบควบคุมกําลังของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor power regulating system)
ต้องอธิบายถึงเกณฑ์การออกแบบ และการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และแสดงความเชื่อมโยงระหว่างระบบ
ควบคุมกําลังเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมถึงต้องมีการ
วิเคราะห์และยืนยันว่าระบบทั้งสองมีความปลอดภัย
๘.๓ ระบบวัดและระบบควบคุมต้องแสดงและอธิบายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไป
นี้
(๑) ระบบเตือนภัยเมื่อเกิดภาวะผิดปกติและเกิดภาวะล้มเหลวของระบบที่เกี่ยวข้องกับความ
ปลอดภัย
(๒) รายการของระบบอินเตอร์ล็อก (interlock system) และระบบลอจิก (logic system) ที่
เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๓) ระบบอุปกรณ์และเครื่องมือภายในห้องควบคุม ที่ใช้สำหรับระบบการป้องกันเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ ระบบควบคุมกําลังของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และระบบอื่น ๆ ที่สำคัญ พร้อม
ทั้งระบุข้อมูลและวิธีการที่จะจัดเก็บในห้องควบคุมซึ่งต้องเพียงพอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย รวมถึงวิธีการควบคุมและวิธีการเตรียม
ความพร้อมในภาวะฉุกเฉิน
๙. บทที่ ๙ ระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ และระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
ที่ใช้ ระบบไฟฟ้าต่อเนื่อง ระบบความปลอดภัยในการใช้แผนภูมิหรือแผนผัง ประกอบคําอธิบาย ซึ่งต้อง
อธิบายถึงการออกแบบและการทํางานของระบบไฟฟ้าต่อเนื่อง ทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ การเชื่อม
โยงกันระหว่างระบบปกติและระบบฉุกเฉิน รวมถึงความสามารถของต้นกำเนิดไฟฟ้าและเกณฑ์ความ
ปลอดภัย
๑๐. บทที่ ๑๐ ระบบสนับสนุน
ระบบสนับสนุนต้องมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบสนับสนุน การออกแบบของระบบและองค์
ประกอบที่สำคัญในระบบ รวมถึงต้องประเมินความปลอดภัยของระบบ ทดสอบและตรวจสอบระบบ เพื่อ
ให้มั่นใจว่าระบบมีความน่าเชื่อถือ และต้องอธิบายถึงอุปกรณ์เครื่องมือที่จําเป็นและระบบควบคุมของ
ระบบสนับสนุน ดังต่อไปนี้
(๑) การเก็บรักษาและการจัดการแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ให้อธิบายถึงการเก็บรักษาแท่งเชื้อ
เพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้ การระบายความร้อนและการทำความสะอาดบ่อที่
เก็บรักษาแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว ผลกระทบของสถานที่เก็บรักษาแท่งเชื้อเพลิง
นิวเคลียร์ ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหว
(๒) ระบบน้ำ ให้อธิบายและต้องมีข้อมูลการออกแบบระบบ ระบบการไหล การประเมินความ
ปลอดภัย การทดสอบ และการตรวจสอบของระบบน้ำของสถานประกอบการ
(๓) ระบบระบายอากาศ และระบบปรับอากาศ
(๔) ระบบป้องกันอัคคีภัย ให้อธิบายและวิเคราะห์ความปลอดภัยของระบบป้องกันอัคคีภัย และ
ระบบสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งต้องมีข้อมูลการออกแบบและการอธิบาย รวมถึงการวิเคราะห์
ความปลอดภัยของระบบสนับสนุนอื่น ๆ ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
ระบบสนับสนุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอันตรายจากรังสีต่อบุคคลทั่วไป ต้องมีข้อมูลที่เน้น
เกี่ยวกับผลกระทบของระบบสนับสนุนต่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และความปลอดภัย รวมทั้งการควบคุม
วัสดุกัมมันตรังสีภายในสถานประกอบการ
๑๑. บทที่ ๑๑ การใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
การใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และการทดลองต้องมีข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) ส่วนการทดลอง (experimental facility) ที่อธิบายถึงหลักเกณฑ์ในการออกแบบและการ
วิเคราะห์ความปลอดภัยของอุปกรณ์การทดลอง ที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เช่น ท่ออาบรังสี เทอร์มัลคอลัมน์ (thermal column) ตัวหน่วง
ความเร็ว รวมทั้งต้องมีขั้นตอนและวิธีการการทดลองด้วย
(๒) โปรแกรมการทดลอง ที่อธิบายถึงโปรแกรมการทดลองที่คาดว่าจะใช้เครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ รวมทั้งภาวะเงื่อนไขและขีดจํากัดในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่จะใช้
สำหรับการทดลอง โดยต้องระบุถึงวัสดุที่ไม่สมควรใช้ในการทดลองที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือวัสดุที่ไม่สมควรใช้ในแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรืออยู่ใกล้แกน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งวัสดุที่สามารถใช้ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้ภาวะเงื่อนไขความ
ปลอดภัย
๑๒. บทที่ ๑๒ วิธีการด้านความปลอดภัยทางรังสี
วิธีการด้านความปลอดภัยทางรังสีต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางรังสี ดังต่อไปนี้
(๑) โปรแกรมการป้องกันทางรังสี รวมถึงนโยบายทางด้านการป้องกันอันตรายจากรังสีของผู้
ขอรับใบอนุญาต โครงสร้าง บุคลากร และหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน
อันตรายจากรังสี เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการฝึกอบรม การตรวจ
วัดปริมาณรังสีทั้งในและนอกสถานประกอบการ
(๒) วัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการ
(๓) การออกแบบสถานประกอบการที่เป็นไปตามเกณฑ์ความปลอดภัยทางรังสี ทั้งนี้ ขีดจํากัด
การได้รับรังสีให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(๔) การจัดการกากกัมมันตรังสี ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความ
ในมาตรา ๗๙
๑๓. บทที่ ๑๓ การดําเนินการ
๑๓.๑ วิธีการด้านบริหารจัดการบุคลากร การดําเนินการความปลอดภัย การเดินเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ และการซ่อมแซมและการบํารุงรักษาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังของโครงสร้างองค์กรและบุคลากร ผู้ปฏิบัติงาน และเจ้าหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของบุคลากรหรือกลุ่ม รวมถึงหน้าที่ขององค์กรและกลุ่มของผู้ปฏิบัติงานที่จะปฏิบัติงานร่วม
กับองค์กรอื่นนอกบริเวณเขตของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ด้วย
(๒) คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานและการฝึกอบรมของผู้ปฏิบัติงาน ที่อธิบายถึงการฝึกอบรมของผู้
ปฏิบัติงานในแต่ละประเภทและแสดงถึงความถี่ของการฝึกอบรม รวมทั้งคุณสมบัติของผู้
ปฏิบัติงาน นอกจากนั้นให้แสดงถึงการฝึกอบรมแก่ผู้ที่จะใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในการ
ทดลองหรือการวิจัยและผู้เข้าเยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ด้วย
(๓) วิธีการตรวจสอบและการตรวจประเมิน (audit and review) ในด้านความปลอดภัยในการ
เดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ คุณสมบัติของกลุ่มตรวจสอบและตรวจประเมิน รวมทั้งหัวข้อ
ที่จะตรวจสอบและตรวจประเมิน เช่น การเปลี่ยนแปลงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไปจากที่ได้
รับอนุญาต ภาวะและขีดจํากัดในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ขั้นตอนการเดินเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การทดสอบใหม่ ๆ ขั้นตอนการทดลองและการประเมินสถานการณ์ หรือ
ภาวะที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น นอกจากนั้นให้อธิบายหน้าที่ของกลุ่มตรวจสอบรวมถึงหัวข้อการ
ตรวจสอบและช่วงระยะเวลาการตรวจสอบและวิธีการตรวจสอบ รวมถึงการบริหารจัดการ
และโปรแกรมการบริหารจัดการคุณภาพของการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๔) ขั้นตอนและวิธีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๕) วิธีการบํารุงรักษา การทดสอบ และโปรแกรมการตรวจสอบ และระยะเวลาการทดสอบ
สำหรับอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๖) การควบคุมการบันทึกผลของการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การเก็บข้อมูล และการ
รายงานผลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามโปรแกรม
การบริหารจัดการคุณภาพ
๑๓.๒ ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ต้องประกอบด้วย ข้อมูลวิธี
การป้องกันการก่อวินาศกรรม และการป้องกันเคลื่อนย้ายวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์พิเศษโดยมิ
ชอบ รวมทั้งกฎเกณฑ์สำหรับการเข้า-ออก สถานประกอบการ และระบบรักษาความปลอดภัย โดยราย
ละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๙๑
ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแยกเอกสารข้างต้นต่างหากจากรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัย
โดยส่งเอกสารมาในรูปแบบปกปิด
๑๔. บทที่ ๑๔ การประเมินและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การประเมินและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดทํารายงานการ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และ
ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยต้องมีข้อมูลและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อมูลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในช่วงการก่อสร้างและการติดตั้งเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ การทดสอบเดินเครื่องและการดําเนินการ การปรับปรุงหรือดัดแปลงสถาน
ประกอบการทางนิวเคลียร์ และการเลิกดําเนินการ
(๒) ข้อมูลผลกระทบทางรังสี (radiological impacts) ที่ปลดปล่อยออกมาในรูปของก๊าซ
ของเหลว หรือของแข็ง
(๓) ข้อมูลผลกระทบทางด้านอื่นที่มิใช่ทางรังสี (non-radiological impacts)
๑๕. บทที่ ๑๕ การทดสอบการเดินเครื่อง
การทดสอบการเดินเครื่องต้องมีข้อมูลของแผนการทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ การทดสอบภาวะวิกฤตครั้งแรก การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่
พลังงานต่ำ การทดสอบการเพิ่มกําลังเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ การทดสอบกําลังเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ รายละเอียดการฝึกอบรมในช่วงการทดสอบสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กําหนดการทดสอบ
และรายงานการทดสอบการเดินเครื่อง
ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๖๓
๑๖. บทที่ ๑๖ การวิเคราะห์ความปลอดภัย
การวิเคราะห์ความปลอดภัยต้องมีรายงานการวิเคราะห์และประเมินความปลอดภัยในกรณีที่
ระบบมีความล้มเหลวหรือไม่สามารถทํางานได้ตามปกติ รวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นและความ
ผิดพลาดของมนุษย์ และต้องมีการประเมินผลซึ่งจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีข้อมูล
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ลักษณะของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่มีบทสรุปเกี่ยวกับพารามิเตอร์ของเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ (reactor parameters) และภาวะของเหตุตั้งต้น (initiating events) ที่จะใช้ใน
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงชั่วขณะ (transient) ข้อมูลเหล่านี้จะใช้เป็นพื้นฐานของภาวะ
เงื่อนไขและขีดจํากัดในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๒) การเลือกเหตุตั้งต้น ที่ระบุถึงการเลือกเหตุตั้งต้นที่ใช้รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยและ
ต้องมีการวิเคราะห์และประเมินเหตุตั้งต้นในแต่ละประเภทโดยแบ่งตามประเภท หรือกลุ่ม
ให้สอดคล้องกับชนิดของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ดังต่อไปนี้
(ก) ภาวะที่ไม่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า
(ข) การเกิดเอกซ์เซสรีแอคติวิตี (insertion of excess reactivity)
(ค) สภาวะที่ไม่มีการไหลเวียนของสารหล่อเย็นในแกนเครื่องปฏิกรณ์ (loss of flow)
(ง) สภาวะที่ระบบไม่มีสารหล่อเย็น (loss of coolant)
(จ) การเกิดความผิดพลาดในการควบคุมอุปกรณ์หรือระบบหรือเกิดการล้มเหลวของ
อุปกรณ์ หรือเครื่องมือ
(ฉ) ภาวะที่เกิดจากเหตุการณ์ภายใน
(ช) ภาวะที่เกิดจากเหตุการณ์ภายนอก
(ซ) ความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน
(๓) การประเมินผลที่เกิดขึ้นจากแต่ละเหตุ โดยข้อมูลเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ และต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้
(ก) การระบุถึงสาเหตุ
(ข) ลำดับของแต่ละเหตุการณ์และลำดับของระบบ (sequence of event and system)
(ค) การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงชั่วขณะ
(ง) การแบ่งประเภทของความเสียหาย
(จ) การประเมินแหล่งกำเนิดรังสี (source term) และการปลดปล่อยวัสดุกัมมันตรังสี
(ฉ) การประเมินผลกระทบทางรังสี
๑๗. บทที่ ๑๗ ขีดจํากัดและเงื่อนไขในการดําเนินการ
ขีดจํากัดและเงื่อนไขในการดําเนินการต้องมีข้อมูลจําเพาะทางเทคนิค(technical
specification) ซึ่งเกี่ยวข้องกับขีดจํากัดและเงื่อนไขในการดําเนินการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อให้
เกิดความปลอดภัยและป้องกันอันตรายจากรังสีต่อผู้ปฏิบัติงานและบุคคลทั่วไป ข้อมูลขีดจํากัดด้านความ
ปลอดภัย (safety limits) ข้อมูลการตั้งระบบความปลอดภัย (safety system settings) รวมถึงเกณฑ์ใน
การตรวจสอบและการตรวจตรา
๑๘. บทที่ ๑๘ การบริหารจัดการคุณภาพ
การบริหารจัดการคุณภาพต้องประกอบด้วยข้อมูลและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) นโยบายคุณภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยของสถานประกอบทาง
นิวเคลียร์ เพื่อป้องกันประชาชนและสิ่งแวดล้อมไม่ให้ได้รับอันตรายจากรังสี
(๒) เป้าหมาย กลยุทธ์ แผน และเป้าประสงค์ขององค์กรที่สอดคล้องกับนโยบายคุณภาพด้าน
ความปลอดภัย
(๓) การระบุผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร รวมถึงวิธีการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย
(๔) การประเมินผลกระทบแบบบูรณาการ โดยคํานึงถึงผลกระทบ ด้านความปลอดภัย สุขภาพ
สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัย คุณภาพ ปัจจัยมนุษย์ เศรษฐกิจและสังคม
(๕) การวางแผนการบริหารความเสี่ยงและโอกาส
(๖) ระบบการจัดการเอกสารด้านคุณภาพ
(๗) การบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งรวมถึงทรัพยากรด้านบุคคล โครงสร้างพื้นฐานและสิ่ง
แวดล้อมในการปฏิบัติงาน การจัดการความรู้ วัสดุอุปกรณ์ และการเงิน
(๘) แผนผังองค์กรที่แสดงการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบชัดเจน
(๙) กระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย กิจกรรม ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน
(๑๐) คุณสมบัติและสมรรถนะของบุคลากรที่จําเป็นในการปฏิบัติงานตามกระบวนงาน และ
แผนการฝึกอบรม
(๑๑) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการควบคุมกระบวนการผลิตและบริการที่จัดหาจาก
ภายนอก
(๑๒) หน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมและติดตามด้านคุณภาพภายในองค์กร ซึ่งมีอํานาจเพียงพอที่
จะตรวจสอบคุณภาพและมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบกระบวนการ คุณภาพ
สามารถชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง เสนอข้อแก้ไขปรับปรุง และควบคุมให้มีการแก้ไขข้อ
บกพร่องให้ถูกต้อง
(๑๓) การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร
๑๙. บทที่ ๑๙ การเลิกดําเนินการ
การเลิกดำเนินการต้องมีข้อมูลและรายละเอียดอธิบายถึงแนวทางในการเลิกดําเนินการและ
แผนการเลิกดำเนินการตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๗๐ และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด
ในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) บริเวณสถานที่ตั้ง
(๒) อาคารและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้อง
(๓) ระบุบริเวณและวัสดุอุปกรณ์ที่คาดว่าอาจจะเกิดการปนเปื้อนทางรังสี หรือเกิดการก่อ
กัมมันตภาพรังสี (activated areas)
(๔) วิธีการในการเลิกดำเนินการ
(๕) กิจกรรมการเลิกดำเนินการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
(๖) ประมาณจํานวนและประเภทของกากกัมมันตรังสีที่จะเกิดขึ้น
(๗) ข้อกำหนดในการเก็บบันทึกระหว่างการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๘) ประสบการณ์การเลิกดําเนินการของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีลักษณะใกล้เคียง
กัน (ถ้ามี)
๒๐. บทที่ ๒๐ การเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
๒๐.๑ การจัดทําแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีต้องประกอบด้วยข้อมูลและรายละเอียด ดัง
ต่อไปนี้
(๑) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เกณฑ์กำหนดของการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานกรณีฉุกเฉิน อาสา
สมัครที่เกี่ยวข้องกับการได้รับรังสี และประชาชนในพื้นที่ที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
(๒) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระงับเหตุฉุกเฉิน และการประสานงาน
(๓) การจําแนกชนิดและลักษณะของเหตุฉุกเฉิน
(๔) การประกาศและการยุติเหตุฉุกเฉิน
(๕) การแจ้งต่อสำนักงานและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๖) ขั้นตอนการปฏิบัติงานในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉิน และคู่มือการปฏิบัติงานในการ
ระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉิน
(๗) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉิน
(๘) การฟื้นฟูภายหลังจากการเกิดเหตุฉุกเฉิน
(๙) การฝึกอบรมและการฝึกซ้อมในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๙๑
๒๐.๒ ในกรณีที่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรืออุปกรณ์
และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ต้องมีการตรวจสอบแผนฉุกเฉินเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่า แผนฉุกเฉิน
สามารถใช้ได้
ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๙๑