ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เช่า เช่าซื้อ หรือโอนที่ดินหรือทรัพย์สินอื่น
ของกรมชลประทานเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม
พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินใดที่มีที่ดินของกรมชลประทานตั้งอยู่ ให้สำนักงานจัดรูปที่ดิน
จังหวัดที่มีอำนาจหน้าที่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินดังกล่าวนำเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด
พิจารณาว่า สมควรจัดที่ดินแปลงใดให้เช่าหรือเช่าซื้อเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเห็นสมควรจัดที่ดินแปลงใดให้เช่าหรือเช่าซื้อ
เพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดประกาศให้ราษฎรที่ประสงค์จะเช่าหรือ
เช่าซื้อที่ดินแปลงนั้นมายื่นคำขอต่อสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ ทั้งนี้ ให้ระบุวันที่ปิดประกาศ ณ สถานที่ต่าง ๆ ไว้ด้วย
ข้อ ๓ ผู้ยื่นคำขอเช่าหรือเช่าซื้อตามข้อ ๒ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) บรรลุนิติภาวะ
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๕) ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีเพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพ
(๖) มีความประพฤติดีและซื่อสัตย์สุจริต
(๗) สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ด้วยตนเอง
(๘) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด
กำหนด
ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้ยื่นคำขอแสดงความ
ประสงค์ที่จะขอเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินแต่ละแปลง โดยจัดเรียงลำดับการพิจารณาคัดเลือก ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอเช่าหรือเช่าซื้อเป็นผู้ซึ่งเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นอยู่ก่อนวันที่กำหนดพื้นที่
ดังกล่าวเป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นลำดับแรก
(๒) หากยังมีที่ดินเหลืออยู่จากการจัดที่ดินตาม (๑) ให้คัดเลือกจากผู้ยื่นคำขอแสดงความ
ประสงค์ที่จะขอเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินนั้นตั้งอยู่ใน
ตำบล อำเภอ หรือจังหวัดเดียวกันตามลำดับ โดยใช้วิธีจับสลาก
ข้อ ๕ เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ดำเนินการคัดเลือกผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อตามจำนวน
แปลงที่ดินแล้ว ให้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก โดยปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ตามข้อ ๒
ในกรณีผู้ใดเห็นว่า ผู้ได้รับการคัดเลือกในประกาศรายชื่อเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ ผู้นั้นมี
สิทธิยื่นคำคัดค้านพร้อมด้วยหลักฐานต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันปิด
ประกาศรายชื่อ
ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับ
แต่วันได้รับหนังสือคัดค้านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดให้เป็นที่สุด
ข้อ ๖ ก่อนทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อสามารถตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินที่จะ
เช่าหรือเช่าซื้อระหว่างกันได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดภายในสามสิบวันนับ
แต่วันปิดประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการ
แลกเปลี่ยนที่ดินที่จะเช่าหรือเช่าซื้อกันต่อไปได้
ข้อ ๗ เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้กำหนดแปลงที่ดินให้ผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อ และ
กำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อแล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการทำสัญญากับผู้เช่า
หรือผู้เช่าซื้อตามแบบที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกำหนด
ข้อ ๘ การกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อที่ดินในแต่ละแปลง ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดิน
จังหวัดพิจารณาตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกำหนดตามมาตรา ๑๑ (๙)
ข้อ ๙ ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อรายใดไม่ไปทำสัญญาหรือไม่เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะ
เวลาที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด และไม่แจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือให้หัวหน้าสำนักงานจัด
รูปที่ดินจังหวัดทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กำหนดให้มาทำสัญญาหรือวันที่กำหนดให้ทำประโยชน์ใน
ที่ดิน ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการทำสัญญาหรือให้ถือว่าสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อเป็นอันสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขัดข้องที่ผู้มีสิทธิเช่าหรือ
เช่าซื้อรายใดแจ้งมาตามวรรคหนึ่งมีเหตุอันสมควร ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อไปทำสัญญา
หรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อไม่ไปทำสัญญาหรือเข้า
ทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการทำสัญญาหรือให้ถือว่าสัญญา
เช่าหรือเช่าซื้อเป็นอันสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๐ เมื่อผู้มีสิทธิเช่าซื้อได้ดำเนินการตามสัญญาเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว ให้กรมชลประทานจด
ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้เช่าซื้อต่อไป
ข้อ ๑๑ การเช่า เช่าซื้อ หรือโอนทรัพย์สินอื่นของกรมชลประทานที่ได้มาโดยประการใดตาม
มาตรา ๑๖ ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับการเช่า เช่าซื้อ หรือโอนที่ดินตามที่
กำหนดในข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้แล้ว ให้รายงาน
คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางเพื่อทราบ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เฉลิมชัย ศรีอ่อน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๑๖ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การนำที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นของ
กรมชลประทานที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้เช่า เช่าชื้อ หรือ
โอนไปยังเกษตรกรเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน
กฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้