ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดให้ทางน้ำชลประทานแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช
๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๔๒
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ทางน้ำชลประทานแม่น้ำเจ้าพระยา จากด้านเหนือของเขื่อนเจ้าพระยา กิโลเมตรที่
๒.๐๐๐ ในท้องที่ตำบลบ้านกล้วย และตำบลชัยนาท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ถึงกิโลเมตรที่
๕๙.๐๐๐ ในท้องที่ตำบลพยุหะ และตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และจากด้านท้าย
ของเขื่อนเจ้าพระยา กิโลเมตรที่ ๒.๐๐๐ ในท้องที่ตำบลตลุก และตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัด
ชัยนาท ถึงกิโลเมตรที่ ๑๗.๐๐๐ ในท้องที่ตำบลโพนางดำออก และตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา
จังหวัดชัยนาท ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงหมายเลข ๑/๓ และหมายเลข ๒/๓ เป็นทางน้ำ
ชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๒ ให้ทางน้ำชลประทานแม่น้ำเจ้าพระยา จากกิโลเมตรที่ ๒๖๗.๗๘๐ ในท้องที่ตำบลบาง
กระบือ และตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ถึงกิโลเมตรที่ ๒๙๘.๖๖๐ ในท้องที่ตำบล
บางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตาม
แนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงหมายเลข ๓/๓ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔
เฉลิมชัย ศรีอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้
ทางน้ำชลประทานแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน เพื่อให้เกิด
ประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘
บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้