พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่สถานการณ์ของโลกในปัจจุบันตกอยู่ในภาวะคับขันและภัยแห่งคอมมูนิสต์ก็ได้คุกคามเข้า
มาอย่างรุนแรง มีอิทธิพลแทรกซึมในคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา แม้รัฐบาลจะได้พยายามสักเพียงใดก็ไม่
สามารถแก้ไขภัยคอมมูนิสต์ได้ และทั้งไม่สามารถปราบการทุจริตที่เรียกว่าคอร์รับชั่นดังที่ได้มุ่งหมายไว้
ความเสื่อมโทรมมีมากขึ้น จนเป็นที่วิตกกันทั่วไปว่าประเทศชาติจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพการเมือง
อย่างนี้ จึงได้มีคณะทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.
๒๔๗๕ คณะรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ พร้อมด้วยประชาชนผู้รักชาติมุ่งความมั่นคงดำรงอยู่แห่งชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ บรมราชจักรีวงศ์ และระบอบรัฐธรรมนูญ ได้พร้อมใจกันเป็นเอกฉันท์ กระทำการเพื่อเอา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ กลับมาใช้ให้เป็นการ
รุ่งเรืองสถาพรแก่ประเทศชาติสืบไป และให้มีคณะบริหารประเทศชั่วคราวเพื่อบริหารราชการในระหว่างที่
ยังไม่ได้ตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้น ตามความในรัฐธรรมนูญ คณะบริหารประเทศชั่วคราวได้นำความกราบบังคม
ทูลขอพระราชทานใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ พร้อมทั้งรัฐธรรมนูญแก้ไข
เพิ่มเติมว่าด้วยนามประเทศ พุทธศักราช ๒๔๘๒ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วย
บทเฉพาะกาล พุทธศักราช ๒๔๘๓ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้วไป
พลางก่อน ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นที่เห็นได้ว่าการทั้งหลายซึ่งได้กระทำไปนี้ได้มุ่งหวัง
ถึงประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตยเป็นใหญ่ โดยมิได้ก่อให้เกิดการเสียชีวิต
เลือดเนื้อแก่ประชาชนแต่อย่างใด จึงเป็นการสมควรที่จะให้มีการนิรโทษกรรมแก่บรรดาบุคคลที่ได้ปฏิบัติ
การเพื่อนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ กลับมาใช้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้
แทนราษฎร ดังต่อไปนี้