ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
พ.ศ. ๒๕๐๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓
เป็นปีที่ ๑๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
ร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๕๐๓”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔
(๒) พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัด
หรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔ ให้กองทัพบกรับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกวิชาทหาร ตามหลักสูตรที่
กระทรวงกลาโหมกำหนด
บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างรับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรให้เรียกว่านักศึกษาวิชาทหาร และใน
เวลาฝึกวิชาทหารให้นักศึกษาวิชาทหารอยู่ในความปกครองของกองทัพบก
การดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกวิชาทหารและการปกครองนักศึกษาวิชาทหาร ตามวรรคหนึ่ง
และวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กองทัพบกกำหนด
มาตรา ๔ ทวิ เพื่อประโยชน์ในการฝึกวิชาทหาร กองทัพบกมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่มีความ
เหมาะสมเป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารหรือผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร เป็นการประจำหรือเป็นการ
ชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือในการปกครองนักศึกษาวิชาทหารได้ และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการฝึกวิชา
ทหาร กองทัพบกมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกครองและการฝึกนักศึกษาวิชาทหารโดยผ่าน
การฝึกอบรมครบตามหลักสูตรที่กองทัพบกกำหนด เป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษได้
บุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร หรือผู้
กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ ต้องมีลักษณะ คุณสมบัติและอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กองทัพบกกำหนด
การแต่งตั้งและถอดถอนบุคคลดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ
เงื่อนไขที่กองทัพบกกำหนด
มาตรา ๕ การเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ให้กระทำโดยวิธีสมัคร
มาตรา ๖ บุคคลผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการฝึกวิชาทหารต้องมีลักษณะคุณสมบัติ และอยู่ภายใต้
เงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖ ทวิ บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารต้องมีลักษณะ คุณสมบัติ และอยู่ภายใต้
เงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖ ตรี บุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร ได้แก่ ผู้ซึ่งมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎ
กระทรวง
มาตรา ๗ บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตามมาตรา ๖ ทวิ ย่อมได้รับยกเว้นการเรียก
มาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
บุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหารตามมาตรา ๖ ตรี ย่อมไม่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๗ ทวิ บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง
หรือบุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหารที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๗ วรรคสอง ให้สถานศึกษาและส่วน
ราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำบัญชีรายชื่อและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดในกฎ
กระทรวง
มาตรา ๘ บุคคลซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดนี้จะได้รับ
สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารและกฎหมายว่าด้วยยศทหาร
มาตรา ๙ ให้ถอนทะเบียนกองประจำการของนักศึกษาหรือนิสิตเฉพาะที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตาม
มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช
บัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗
สำหรับนักศึกษาหรือนิสิตซึ่งเข้ารับราชการทหารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๗ ทวิ แห่งพระราช
บัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชา
ทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ นั้น ให้ปลดเป็นทหารกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
มาตรา ๑๐ เมื่อมีความจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจสั่งให้นักศึกษาหรือ
นิสิตซึ่งเรียนสำเร็จตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่มีมาตรฐานชั้นปริญญา อนุปริญญา หรือ
ประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา เข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ใน
ระหว่างที่เข้ารับการฝึกวิชาทหารให้ถือว่าเป็นทหารกองประจำการ และเมื่อสำเร็จการฝึกวิชาทหารแล้ว จะ
ให้เข้ารับราชการทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหมในฐานะนายทหารสัญญาบัตรก็ได้
มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ถ. กิตติขจร
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการส่ง
เสริมการฝึกวิชาทหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่า
ด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารเสียใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายการทหารซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนด
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะ คุณสมบัติและเงื่อนไขของบุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหาร และบุคคล
ซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร รวมทั้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึก
วิชาทหารและบุคคลซึ่งพ้นจากการฝึกวิชาทหาร ตลอดจนการได้รับยกเว้นและไม่ได้รับยกเว้นการเรียกมา
ตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารของ
บุคคลดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อให้ออกกฎ
กระทรวง เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการฝึกวิชาทหารใน
ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของกรมรักษาดินแดน จังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบก ซึ่งเป็นส่วนราชการของกอง
ทัพบก ดังนั้น เพื่อให้การฝึกวิชาทหารได้รับผลสมความมุ่งหมายของทางราชการ จึงควรกำหนดให้กองทัพ
บกเป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกนี้ ประกอบกับทางราชการมีความประสงค์ที่จะจัดตั้งผู้กำกับนักศึกษาวิชา
ทหาร ผู้ช่วยผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารขึ้น เพื่อช่วยเหลือทางราชการในด้านการปกครองบังคับบัญชา
นักศึกษาวิชาทหาร และแต่งตั้งผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการฝึกวิชา
ทหาร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น