← บทความทั้งหมดแพ่ง

JUSLUME 0010

6 ตุลาคม 2569 · อ่าน 4 นาที

สัญญาตกลงสมรสกัน บังคับใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่

#𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘010


คำพิพากษาฎีกาที่ 4684/2568


𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟭

สัญญาตกลงสมรสกัน บังคับใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่


𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟮

การปรับดอกเบี้ยให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยฯหรือไม่


────────────────


หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 , 224 , 1439

มาตรา ๑๕๐ การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือ

เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา ๒๒๔ หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา ๗

บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอัน

ชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด

การพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกจากนั้น ให้พิสูจน์ได้

มาตรา ๑๔๓๙ เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้

ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายผู้รับหมั้นเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายผู้หมั้นด้วย

────────────────


คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5 % ถัดจากวันฟ้องฯ และจำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง


ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

ให้ชำระเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 5 % ถัดจากวันฟ้องฯ ***


คำพิพากษาศาลอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เรื่องดอกเบี้ย ให้ 7.5 % ต่อปี ถัดจากวันฟ้องฯ ถึง 10 เมษายน 2564 หลังจากนั้น 5 % และปรับเปลี่ยนตามกระทรวงการคลังฯ


คำวินิจฉัยศาลฎีกา/ผลคำพิพากษา

……ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การตกลงจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีท้องถิ่นมิได้มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันจะทำให้การนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 การที่จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหาย 20,000 บาท บ่งชี้ได้ว่าจำเลยยอมรับข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันจำเลย มิฉะนั้นจำเลยคงไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายบางส่วนให้แก่โจทก์ ข้อตกลงตามสัญญาข้างต้นจึงมีผลบังคับได้ การที่จำเลยมีหญิงอื่นเป็นคนรักเป็นเหตุให้ต้องมีการยกเลิกการจัดงานพิธีแต่งงาน ถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อ กรณีมิใช่เป็นสัญญาหรือข้อตกลงจะสมรส จำเลยย่อมไม่อาจอ้างเรื่องที่ว่า หากฝ่ายใดผิดสัญญา กรณีไม่มีการหมั้น ฝ่ายนั้นไม่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1439 มาปฏิเสธความรับผิดของจำเลยได้ ดังนั้นโจทก์ในฐานะคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้

……ความรับผิดของจำเลยในเรื่องดอกเบี้ยนั้น แม้โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องฯก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องฯ คงมีแต่จำเลยเท่านั้นที่ยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับดอกเบี้ยฯให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 ฯ ในส่วนนี้เกินไปกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษา เป็นการไม่ชอบด้วยกฏหมายและการที่ศาลอุธรณ์พิพากษาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยมิได้ให้ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยบวกด้วยอัตราร้อยละ 2 ต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ซึ่งไม่ถูกต้อง ก็เป็นการเกินไปกว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน กรณีเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ฯ


────────────────


𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘 𝗡𝗢𝗧𝗘 𝟬𝟭

สัญญาสมรสตามประเพณีมิได้ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชน หากตกลงกันแล้วย่อมบังคับกันได้อย่างสัญญาฉบับหนึ่ง

แชร์บทความ