#𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘016
คำพิพากษาฎีกาที่ 1943/2566 (ป)
𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟭
หากพนักงานอัยการมิได้ยื่นฟ้องความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไปด้วยผู้เสียหายมีสิทธิ์ร้องขอค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับทรัพย์ที่เสียหาย ตาม ป.วิ.อ มาตรา 44/1 ได้หรือไม่
𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟮
หากโทษที่จะลงแก่จำเลยคือโทษจำคุกตลอดชีวิตจะสามารถ นำโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ได้หรือไม่
────────────────
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1
มาตรา ๔๔/๑ ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกายชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้
การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี และให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งนี้คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้นยังขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องให้ชัดเจนก็ได้
คำร้องตามวรรคหนึ่งจะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้ และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และในกรณีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๔๓ แล้วผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้
────────────────
ประเด็นปัญหา / คำฟ้องและคำให้การ
- โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พาอาวุธปืนฯ และกระทำความผิดตามพรบ.อาวุธปืน โดยขอให้ลิฟต์ของกลางและนำโทษของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้
- จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ
- ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ
- โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์ในทางทำมาหาได้ ค่าสินไหมทดแทนกรณีสูญเสียแขนซ้าย ค่าเสียหายทางจิตใจและค่าซ่อมรถยนต์ พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดฯ
- จำเลยทั้งสองให้การในคดีส่วนแพ่งว่าไม่ได้กระทำความผิดจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
- ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฯ เป็นการกระทำความผิด หลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อรวมทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต แต่เมื่อจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอไว้ในคดีอาญาของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ได้อีก*** ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินสินไหมทดแทนตามคำขอของโจทก์ร่วมฯ
โจทก์หรือจำเลยอุทธรณ์
- จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องดอกเบี้ย (ให้เป็นไปตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์หรือจำเลยฎีกา
- จำเลยทั้งสองฎีกา
คำวินิจฉัยศาลฎีกา/ผลคำพิพากษา
- ในกรณีค่าซ่อมรถยนต์ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า รถยนต์ของโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายเกิดจากการกระทำในเหตุการณ์หรือกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ถือเป็นการกระทำละเมิดในเหตุการณ์หรือกรรมเดียวกัน เมื่อโจทก์ร่วมใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 ที่มีเจตนารมณ์ช่วยให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายในทางแพ่งได้รับความสะดวกรวดเร็วและได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและไม่ต้องเสียค่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่ง ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาจะได้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียวกันจึงให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเข้ามาในคดีอาญา
- ดังนั้นแม้พนักงานอัยการโจทก์จะไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มาด้วยแต่โจทก์ร่วมก็ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าซ่อมรถยนต์ คำร้องของโจทก์ร่วมดังกล่าวแสดงโดยชัดแจ้งถึงความเสียหายของรถยนต์โจทก์ร่วมที่ได้รับอันเนื่องมาจากการกระทำในเหตุการณ์หรือกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์
- ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 ก็ไม่ได้บัญญัติถึงขนาดเป็นเงื่อนไขว่า ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาได้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนในความผิดที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอลงโทษเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาว่ารถยนต์ของโจทก์ร่วมได้รับความเสียหาย แม้พนักงานอัยการโจทก์จะไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ โจทก์ร่วมก็มีสิทธิยื่นคำร้องขอเรียกค่าซ่อมรถยนต์เข้ามาในคดีอาญานี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าซ่อมรถยนต์แก่โจทก์ร่วมมานั้น ชอบแล้ว
────────────────
𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘 𝗡𝗢𝗧𝗘 𝟬𝟭 หลักนี้จำไว้ให้ดี !!!
ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ไม่ได้บัญญัติถึงขนาดเป็นเงื่อนไขว่า ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาได้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนในความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องเท่านั้น เมื่อปรากฎชัดแจ้งในคดีอาญาว่ามีความเสียหายทางแพ่งเกิดขึ้นจากการกระทำความผิดอาญาตามฟ้องย่อมสามารถร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้




