← All articlesProcedure

JUSLUME 0014

6 October 2026 · 5 min read

รังวัดทำแผนที่พิพาท เป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งหากศาลฯสั่งให้ใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้อุทธรณ์จะต้องนำมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ หรือไม่ และหากศาลชั้นต้น มิได้ระบุค่ารังวัดทำแผนที่พิพาทไว้ในบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม จะถือว่าผู้อุทธรณ์จงใจฝ่าฝืนกฎหมายได้หรือไม่

#𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘014

คำพิพากษาฎีกาที่ 4113/2565

𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟭

รังวัดทำแผนที่พิพาท เป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งหากศาลฯสั่งให้ใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้อุทธรณ์จะต้องนำมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ หรือไม่

𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟮

หากศาลชั้นต้น มิได้ระบุค่ารังวัดทำแผนที่พิพาทไว้ในบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม จะถือว่าผู้อุทธรณ์จงใจฝ่าฝืนกฎหมายได้หรือไม่


────────────────


หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 169 , 229

มาตรา ๑๖๙ เมื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมชั้นต้นทำบัญชีแสดงค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความทุกฝ่ายได้เสียไปโดยลำดับและจำนวนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายจะต้องรับผิดตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจขอสำเนาบัญชีเช่นว่านั้นได้

มาตรา ๒๒๙ การอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นสำเนาอุทธรณ์ต่อศาล เพื่อส่งให้แก่จำเลยอุทธรณ์ (คือฝ่ายโจทก์หรือจำเลยความเดิมซึ่งเป็นฝ่ายที่มิได้อุทธรณ์ความนั้น) ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓๕ และ ๒๓๖


────────────────


คำฟ้องและคำให้การ

……โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8547 เนื้อที่ 102 ตารางวา และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่แบ่งแยกพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่โจทก์ฯ

……จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง


ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

……ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินฯ ภายในกรอบสีเขียวตามแผนที่พิพาท พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยปลอดภาระติดพันแก่โจทก์ *** ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ***


โจทก์หรือจำเลยอุทธรณ์

……จำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย


โจทก์หรือจำเลยฎีกา

……จำเลย ฎีกาโดย ได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา


คำวินิจฉัยศาลฎีกา/ผลคำพิพากษา

……ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จัดทำแผนที่พิพาทโดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรังวัดทำแผนที่พิพาทไปก่อน ดังนั้น ค่ารังวัดทำแผนที่พิพาทจึงเป็นจำนวนเงินที่โจทก์ต้องชำระในการดำเนินกระบวนพิจารณา เป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามตาราง ๔ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ฯ เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง จำเลยจึงต้องนำค่ารังวัดทำแผนที่พิพาทซึ่งเป็นจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นคู่ความอีกฝ่ายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 หากจำเลยฝ่าฝืนย่อมมีผลทำให้อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

……แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 169 บัญญัติว่า เมื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมชั้นต้นทำบัญชีแสดงค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความทุกฝ่ายได้เสียไปโดยลำดับ และจำนวนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายจะต้องรับผิดตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจขอสำเนาบัญชีเช่นว่านั้นได้ เห็นได้ว่าคดีนี้มีการจัดทำบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม โดยไม่ได้ระบุค่ารังวัดทำแผนที่พิพาท เมื่อจำเลยได้วางเงินเป็นจำนวนตามบัญชีค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวพร้อมอุทธรณ์แล้ว จำเลยย่อมเข้าใจว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว โดยไม่ต้องวาง ค่ารังวัดทำแผนที่พิพาทดังกล่าว แสดงว่าจำเลยไม่ได้จงใจฝ่าฝืนต่อกฎหมาย สมควรให้โอกาสจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายมาวางศาลให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป

……พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรรณ์ ให้จำเลยนำเงินค่ารรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป


────────────────


𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘 𝗡𝗢𝗧𝗘 𝟬𝟭

จำหลักนี้ไว้ ⭐️ “ ค่ารังวัดที่ศาลสั่งให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เป็นเงินที่ต้องชำระในการดำเนินกระบวนพิจารณา เป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามตาราง 4 ท้ายป.วิ.แพ่ง ซึ่งหากศาลสั่งให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ จำเลยต้องนำมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม หากจำเลยมิได้นำมาวางเพราะไม่ปรากฏในบัญชีค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลจัดทำขึ้น จะถือว่าจำเลยประสงค์ฝ่าฝืนบทบัญญัตินั้นหาได้ไม่ “

Share this article