← 全部文章刑法

JUSLUME 0013

2026年10月6日 · 阅读约 4 分钟

โทษกักกันจะนำมารวมกับโทษจำคุกเพื่อใช้สิทธิฎีกาได้หรือไม่

#𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘013


คำพิพากษาฎีกาที่ 1056/2569


𝗜𝗦𝗦𝗨𝗘 𝟭

โทษกักกันจะนำมารวมกับโทษจำคุกเพื่อใช้สิทธิฎีกาได้หรือไม่


────────────────


หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 39, มาตรา 41

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ทวิ

มาตรา ๓๙ วิธีการเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้

(๑) กักกัน

(๒) ห้ามเข้าเขตกำหนด

(๓) เรียกประกันทัณฑ์บน

(๔) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล

(๕) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง

มาตรา ๔๑ ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้วหรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ

(๑) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖

(๒) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๒๔

(๓) ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา ๒๔๖

(๔) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ ถึงมาตรา ๒๘๖

(๕) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๐ มาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔

(๖) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๒๙๙

(๗) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ ถึงมาตรา ๓๒๐

(๘) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๔๐ มาตรา ๓๕๔ และมาตรา ๓๕๗

และภายในเวลาสิบปี นับแต่วันที่ผู้นั้นได้พ้นจากการกักกัน หรือพ้นโทษแล้วแต่กรณี ผู้นั้นได้

กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในบรรดาที่ระบุไว้นั้นอีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือน

สำหรับการกระทำความผิดนั้น ศาลอาจถือว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และจะพิพากษาให้กักกัน

มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและไม่เกินสิบปีก็ได้

ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น มิให้ถือเป็นความผิดที่จะนำมา

พิจารณากักกันตามมาตรานี้

มาตรา ๒๑๙ ทวิ ห้ามมิให้คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งในข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างเดียว แม้คดีนั้นจะไม่ต้องห้ามฎีกาก็ตาม

ในการนับกำหนดโทษจำคุกตามความในมาตรา ๒๑๘ และ ๒๑๙ นั้น ห้ามมิให้คำนวณกำหนดเวลาที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยรวมเข้าด้วย


────────────────


คำฟ้องและคำให้การ

……โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41, มาตรา 93, มาตรา 336, มาตรา 336 ทวิ เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งและกักกันไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี และขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

……จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง


ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

……ศาลชั้นต้น พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง รวมโทษสุทธิ 5 ปี 4 เดือน 15 วันและริบของกลาง และให้กักกันจำเลยเป็นเวลา 3 ปี นับถัดจากวันพ้นโทษ


โจทก์หรือจำเลยอุทธรณ์

……จำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะโทษ โดยลดโทษลง รวมโทษสุทธิ 4 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงเดิม (แก้ไขเล็กน้อย)


โจทก์หรือจำเลยฎีกา

……จำเลยฎีกา***ว่าโทษกักกัน 3 ปี นับถัดจากวันพ้นโทษ = ต้องรับโทษ 7 ปี 6 เดือน ขอให้ยกโทษกักกันให้แก่จำเลย***


คำวินิจฉัยศาลฎีกา/ผลคำพิพากษา

……ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกักกันไม่ใช่โทษทางอาญา เป็นเพียงวิธีการเพื่อความปลอดภัย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 39 (1) และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ทวิ วรรคสอง การนับกำหนดโทษจำคุกตามความในมาตรา 218 และ มาตรา 219 นั้น ห้ามมิให้คำนวณกำหนดเวลาที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยรวมเข้าด้วย ฉะนั้นจะอนุโลมนำมารวมกับโทษจำคุกเพื่อใช้สิทธิฎีกาหาได้ไม่

……ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมานั้น เป็นการมิชอบ


────────────────


𝗝𝗨𝗦𝗟𝗨𝗠𝗘 𝗡𝗢𝗧𝗘 𝟬𝟭

หากศาลอุทธรณ์แก้ไขเพียงเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ( ป.วิ.อ.มาตรา 218) จะนำโทษกักกัน ซึ่งเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยมารวมคำนวณเพื่อให้มีสิทธิฎีกาหาได้ไม่


分享文章